เพิ่งเข้าใจ

บางทีนะบางที...
เราเพิ่งจะเข้าใจอะไรบางอย่าง
ทั้งที่ก่อนหน้านั้น เราไม่คิดอย่างนั้น ไม่รู้อย่างนั้น
แต่เมื่อวันหนึ่งผ่านเข้ามา เรา...กลับเข้าใจมากขึ้น

ถึงแม้สิ่งนั้น จะไม่มีอยู่แล้ว ... แต่กระแสแห่งความเข้าใจ จะยังคงอยู่...
สักช่วงระยะเวลา...จนกว่าจะมีเหตุปัจจัยมาทำให้เปลี่ยนไป

เสียดาย...

ยิ่งอ่านหนังสือ ทบทวนเรื่องราวต่างๆ ก็ได้คิดว่า "เสียดาย" 
เสียดายที่ไม่เอาจริงเอาจัง 
แต่พอนึกแว่บได้ถึงพระสูตร "ภัทเทกรัตตสูตร" แล้วก็อืม...ปล่อยไป 

เพราะ

"อตีตํ นานวาคเมยฺย นปฺปฏิกงฺเข อนาคตํ
ยทตีตมฺปหีนนฺตํ อปฺปตฺตญฺจ อนาคตํ

บุคคลไม่ควรคำนึงถึงสิ่งที่ล่วงแล้ว,
ไม่ควรมุ่งหวังสิ่งที่ยังไม่มาถึง
สิ่งใดล่วงไปแล้ว สิ่งนั้นก็เป็นอันละไปแล้ว
และสิ่งที่ยังมาไม่ถึง ก็เป็นอันยังไม่ถึง"

"ปจฺจุปฺปนฺนญฺจ โย ธมฺมํ ตตฺถ ตตฺถ วิปสฺสติ,
อสงฺหิรํ อสงฺกุปฺปํ ตํ วิทฺธา มนุพฺรูหเย
อชฺเชว กิจฺจมาตปฺปํ โก ชญฺญา มรณํ สุเว
น หิโน สงฺครนฺเตน มหาเสเนน มจฺจุนา 
เอวํ วิหาริมาตาปิํ อโหรตฺตมตนฺทิตํ
ตํ เว ภทฺเทกรตฺโตติ สนฺโต อาจิกฺขเต มุนีติฯ

ก็บุคคลใดเห็นแจ้งธรรมปัจจุบัน, ไม่ง่อนแง่น ไม่คลอนแคลนในธรรมนั้นๆ ได้,
บุคคลนั้นพึงเจริญธรรมนั้นเนืองๆ ให้ปรุโปร่งเถิด,
พึงทำความเพียรเสียในวันนี้แหละ, ใครเล่าจะรู้ความตายในวันพรุ่ง
เพราะว่าความผัดเพี้ยนกับมัจจุราชผู้มีเสนามากนั้น ย่อมไม่มีแก่เราทั้งหลาย,
พระมุนีผู้สงบ ย่อมเรียกบุคคลผู้มีปรกติอยู่อย่างนี้,
มีความเพียรไม่เกียจคร้านทั้งกลางวันและกลางคืนนั้นแลว่า
ผู้มีราตรีหนึ่งเจริญ ด้วยประการฉะนี้ฯ"

(อุปริ. ม. ๑๔/๒๖๕/๕๒๖) 

มี URL งานวิจัยเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วยในปี 2012 สาธุ อนุโมทนาแด่พระคุณเจ้า >> https://goo.gl/jjLeYY 

New Journey...




การณ์บางอย่างก็มาถึงโดยความไม่คิดไม่ฝัน และเหนือวิสัยที่จะรับรู้ว่ามาได้อย่างไร?

เด็กๆ วัดมหาธาตุ คณะ 5 และหนังสือธรรมะที่อยู่ในบ้าน
(ไม่ยอมนั่งสมาธิอีกเลยเพราะกลัวการเห็นสิ่งที่ไม่อยากเห็น เจอภาวะที่ไม่อยากเจอ และไม่รู้ว่าจะรับมือยังไง)


ม.ต้น สนใจแต่เรื่องทางโลก หมายถึง เรื่องวิชาการและความมัวเมาแบบเด็กๆ แต่มีโอกาสดีบ้างตรงได้รับเสด็จพระราชาผู้ยิ่งใหญ่
ม.ปลาย สนใจแต่อรรถ และพยัญชนะ ดีว่ามีคนดึงให้ฝึกจิตบ้าง ... แต่ก็ดื้อ

(ขอบคุณที่สุดกับความเป็นกัลยาณมิตรให้แก่คนที่ชอบอยู่ท่ามกลางคนโฉด จนทำให้ต้องทำอะไรผิดๆ หลายครั้งโดยอ้างว่า "ช่วยเหลือ" จริงๆ คือความไม่หนักแน่นในธรรมและมันคือผลร้ายของการยอมไปตามกระแสโลก)


ปี 1 ไปยุวพุทธ ศูนย์ 1 ปฏิบัติธรรมตามหลักสูตรที่เลือกด้วยตนเอง ทำเต็มที่ ไม่ได้ไขว่คว้าอีก
ปี 2-3 แทบจะห่างหายจากสิ่งที่เรียกว่าการปฏิบัติ เรียกได้ว่าใช้ชีวิตมัวเมา
ปี 4 สนใจแต่เรื่องการพัฒนาสังคม และกังขากับการทิ้งโลกไปบวช นั่นคือทาง? 

(เราศีลไม่เสมอกันตรงที่อีกคนแสนดี อีกคนผิดนั่นผิดนี่ตลอด...แถมยังมืดบอดและเห็นว่ามันเป็นเรื่องปกติที่ใครๆ เค้าก็ทำกัน...อย่างไรก็ตาม เป็นความโชคดีอย่างที่สุด และเราเชื่อจริงๆ ว่ามีผู้คุ้มครองให้แคล้วคลาดจากอันตรายเสมอ)


ป.โท แทบไม่ได้สนใจอะไร แค่เข้าวัดบ้างบางที แต่ก็ได้มาเพียงความขัดแย้ง สับสน กลับสู่ช่วงที่อัดความรู้เชิงวิชาการใหม่ๆ


เริ่มทำงานปีแรก วัดมหาธาตุ คณะ 5 ลอยมาอีกครั้ง เรียกได้ว่าเริ่มโหยหาสิ่งเหล่านี้ในฐานะเครื่องมือขจัดความทุกข์ และผลักดันตัวเองให้พ้นจากหล่มกรรมที่มีมากมาย ใช่...อยากหนีไปจากชีวิตที่ไม่มีอะไรดี เต็มไปด้วยความผิดหวังและความยากลำบาก


ทำงานอิสระอยู่สักพัก และกลับไปทำ NGO อีกครั้ง แต่ใจยังอยากไปปฏิบัติธรรมตลอดเวลาแต่ไม่มีโอกาส เพราะคนน้อย ไม่สามารถลาได้ยาวๆ จุดนี้ มีโอกาสอันดีที่ได้อ่านหนังสือธรรมะดีๆ มากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ได้อ่านพระไตรปิฎกฉบับแปล และหนังสืออื่นๆ ที่อ.ได้มา แต่ไม่ได้รู้สึกอยากอ่าน ยกให้กุ๊กอ่าน เริ่มตั้งความปรารถนาว่าอยากมีเวลาปฏิบัติธรรม


ทำงานที่ใหม่ เริ่มที่วัดมหาธาตุ คณะ 5 อีกครั้ง แต่ยาวขึ้น 1 ปี เข้าปีที่สอง รู้สึกว่ายังไม่เพียงพอ และเอาเข้าจริงยังเป็นช่วงแสวงหาสิ่งที่ตรงกับคำสอนในพระไตรปิฎก อะไรคือการปฏิบัติตามมหาสติปัฎฐานสูตรที่แท้จริง?


เริ่มไปที่วัดปัญญานันทาราม เพราะพ่อไปช่วยงานที่นั่น ปฏิบัติอยู่ประมาณ 2 ปี 
- ปีแรกหวั่นๆ เพราะต้องอยู่กุฎิที่ไม่น่ากลัวตอนกลางวัน แต่น่ากลัวมากกกก ตอนกลางคืน 
- ปีที่สองมีน้องไปด้วย และเริ่มรู้สึกว่าอืม...ก็คงทำไปเรื่อยๆ มั้ง แต่สั้นไป อยากไปอยู่ยาวๆ


เริ่มไปที่วัดผาณิตาราม ตามคำชักชวนของพีที่ออฟฟิศ ปฏิบัติที่นั่นประมาณ 2 ปี 
- ปีแรก สารพัดอารมณ์ประดังประเด 
- ปีที่สอง เริ่มต้องเจอการปะทะกับอะไรบางอย่าง ที่นี่ได้คำตอบดีๆ มากมายจากพระอาจารย์-อาจารย์ที่กรุณาตอบคำถามไขข้อข้องใจ แต่ที่แน่ๆ รู้สึกว่าอยากทำอะไรเดี่ยวๆ


ไปที่ยุวพุทธศูนย์ 2 พี่ที่ออฟฟิศเริ่มแนะนำการปฏิบัติแบบยาวให้ และสนใจลอง
- ปีแรก ปฏิบัติเดี่ยว ชอบมาก ตั้งใจมากจนเครียด พระอาจารย์ต้องเตือน
- ปีที่สอง ปฏิบัติเดี่ยว อีกรอบด้วยความศรัทธายิ่งในพระอาจารย์ มีความก้าวหน้าในการปฏิบัติตามสมควร แต่ขาดอีกเพียง 1 วันจะครบ 14 วันของการปฏิบัติ ทนอาการเหมือนลมพิษไม่ได้ มิไยที่พระอาจารย์จะบอกว่าไม่เป็นไรหรอก อย่ากลับเลยเดี๋ยวก็หาย กลับถึงบ้านก็หายจริงๆ ในวันนั้นเลย และก็เป็นปีที่ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นล่วงหน้า ... สรุปคือ เราไม่ยอมทิ้งท่อนฟืนในมือ!!
- ปีที่สาม ปฏิบัติเดี่ยว อีกรอบ พร้อมกับพี่ที่ทำงาน เกิดเจอเหตุการณ์อย่างสองอย่างที่ทำให้อยากไปปฏิบัติที่อื่นบ้าง


ไปที่ธรรมสีมันตะ ลำพูน มีเหตุการณ์หลากหลายเกิดขึ้นที่นี่ ได้เจอแนวใหม่แต่ไม่ได้มุ่งขัดเกลา มุ่งทำความเข้าใจ... ข้อดีคือ ปิดจุดอ่อนในสิ่งที่เรามีโดยตลอด เหมือนทำให้การปฏิบัติสมบูรณ์ขึ้น


ไปที่ธรรมสุวรรณา ขอนแก่น พยายามแล้วพยายามอีก ที่จะล้างความเจ็บปวดและความโศกเศร้าที่มี แต่ก็ทำได้บ้างเท่านั้น เรียกว่าจิตใจอ่อนแอมากกว่า...โจทย์ของเราคือเรื่องความเจ็บปวดและโศกเศร้า


ไปที่ยุวพุทธศูนย์ 4 อยุธยา โดยความบังเอิญที่เข้าใจว่าเกือบจะไม่ได้ไป
- พระอาจารย์เตือนว่าให้เคาะสนิม และบอกว่าความสุขด้วยสมาธิมันทดแทนความสุขอย่างอื่นๆ ได้ แต่เราก็ไม่ได้เอาจริงเอาจัง ช่างน่าละอายนัก


ปีนี้เราตั้งใจขอให้มีกัลยาณมิตรที่ดี และท่ามกลางความสูญเสียอันยิ่งใหญ่นั้น เราได้เจอกัลยาณมิตรที่ดี ด้วยการณ์ที่ไม่คิดว่าจะพลิกมาเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ 
กระนั้น เราถือว่าเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ที่เราได้พบ "คำตอบในการเดินทาง" เพิ่มขึ้นๆ และเราจะไม่ปล่อยให้ผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์... โจทย์ของเราในปีนี้คือ ความโกรธ ในทุกอณู หมายรวมถึงความอิจฉา การเปรียบเทียบที่มักก่อให้เกิดความทุกข์ การไม่สามารถวางเฉยได้จริงๆ และ...

เรายังไม่รู้เหมือนกัน ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป?     

ความเหงา

ความเหงานี่มันเป็นอะไรที่ทรมานมากเลยเนอะ
โดยเฉพาะเมื่อเราไม่อยากยอมรับมัน

คนที่ทำเป็นเข้มแข็งตลอดเวลาน่ะ หนักกว่าคนอื่น
แต่คนก็คือคน

บางที...ความเหงาก็ทำให้เศร้า...มาก
และก็เป็นเรื่องที่เราต่างก็ต้องต่อสู้
พร้อมกับบอกตัวเองว่า...

อืม...ชีวิตก็เป็นอย่างนี้แหละ
ความจริงก็เป็นอย่างนี้แหละ

มีไว้ให้เรียนรู้...แล้วก็ทำเท่าที่ทำได้
แค่นั้นเอง...



ขอบคุณสำหรับบทเรียนที่สำคัญยิ่งในการฝึกจิต ^^

น ปเรสํวิโลมานิ น ปเรสํ กตากตํ
อตฺตโนว อเวกฺเขยฺย กตานิ อกตานิจ.
ไม่ควรใส่ใจคำแสลงหูของผู้อื่น ไม่ควรแส่มองธุระที่เขาทำและยังไม่ทำ
ควรตั้งใจตรวจตราธุระของตนนี่แหละ ทั้งที่ทำแล้วและยังไม่ทำ.
(ขุ.ธ. ๒๕/๑๔/๒๑)

เรียนเอกไรดีอ่ะ???